วันพฤหัสบดีที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

สถานที่ท่องเที่ยวจ.ราชบุรี




ตลาดน้ำดำเนินสะดวก

ตลาดน้ำดำเนินสะดวก เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากของราชบุรี อยู่ห่างจากกรุงเทพฯราว 80 กิโลเมตร
ในราวปี พ.ศ. ๒๔๐๙ รัชกาลที่ ๔ โปรดเกล้าฯให้ขุดคลองดำเนินสะดวกระยะทางกว่า ๓๒ กิโลเมตร เชื่อมแม่น้ำแม่กลองที่บางนกแขวกกับแม่น้ำท่าจีนที่ประตูน้ำบางยาง และมีคลองซอยเล็ก ๆ มากมาย ทำให้ชาวบ้านในราชบุรี
สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร สามารถติดต่อกันทางน้ำได้สะดวก ตลาดน้ำดำเนินสะดวก เปิดตัวสู่สายตาชาวโลก
ในฐานะแหล่งท่องเที่ยวครั้งแรกเมื่อปี ๒๕๑๐ ในภาพของตลาดลอยน้ำที่คราคร่ำไปด้วยเรือพายลำย่อม
บรรทุกสินค้าที่จำเป็นต่อการครองชีพ พ่อค้าแม่ค้าสวมเสื้อผ้าโทนสีเข้มแบบชาวสวน ใส่หมวกงอบใบลาน พายเร่ขายแลกเปลี่ยนสินค้าในยามที่เส้นทางคมนาคมทางน้ำเป็นหัวใจหลัก ปัจจุบันตลาดน้ำดำเนินสะดวก
เริ่มต้นค้าขายกันตั้งแต่เช้าตรู่ไปจนถึงช่วงประมาณ ๑๑.๐๐ น.

การเดินทางไปตลาดน้ำดำเนินสะดวก
รถยนต์ จากกรุงเทพฯสามารถเดินทางไปตลาดน้ำดำเนินสะดวกได้สองเส้นทางคือ
1. เดินทางไปตามถนนเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข ๔) ผ่านบางแค สวนสามพราน นครชัยศรี นครปฐม
เลยกิโลเมตรที่ ๘๓ ไปเล็กน้อย จะพบแยกบางแพ เลี้ยวซ้ายมือไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๕ อีกประมาณ ๒๕ กิโลเมตร
แยกขวาอีก 1 กิโลเมตร
2. เดินทางไปตามสายธนบุรี-ปากท่อ (ทางหลวงหมายเลข ๓๕) ระยะทาง ๖๓ กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข ๓๒๖
ผ่านตัวเมืองสมุทรสงคราม เลี้ยวเข้าสู่ทางหลวงจังหวัดหมายเลข ๓๒๕ ไปประมาณ ๑๒ กิโลเมตรถึงทางเข้าตลาดน้ำซึ่งอยู่ก่อน
ถึงสะพานธนะรัชต์ ๒๐๐ เมตรและ แยกซ้ายไปอีก 1 กิโลเมตร รถประจำทาง มีรถโดยสารปรับอากาศสายกรุงเทพฯ-ดำเนินสะดวก
ออกจากสถานีขนส่งสายใต้ ถนนบรมราชชนนี เที่ยวแรกออกตั้งแต่เวลา ๐๕.๐๐ น. ถึงปากทางเข้าตลาดน้ำดำเนินสะดวก
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง จากนั้นสามารถโดยสารรถสองแถวเข้าไปถึงตลาดน้ำดำเนินสะดวกเป็นระยะทางอีก 1 กิโลเมตร
สอบถามสถานีขนส่งสายใต้ โทร. ๔๓๕-๑๑๙๙, ๔๓๕-๑๒๐๐
นอกจากนั้น นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปกับรถโดยสารสายอื่นได้ เช่น สายกรุงเทพฯ-ราชบุรี, กรุงเทพฯ-เพชรบุรี(สายเก่า)
แล้วลงตรงสี่แยกบางแพ ต่อจากนั้นต่อรถสองแถวซึ่งวิ่งระหว่างทางแยกบางแพไปดำเนินสะดวก มีรถออกทุก ๑๐ นาที


สถานที่ท่องเที่ยวจ.พังงา




หมู่เกาะสุรินทร์ที่สุดแห่งป่าปะการังและวิถีชาวเล

พระยาสุรินทราชา เทศาเมืองภูเก็ต (นามเดิมนกยูง วิเศษกุล) เป็นผู้ค้นพบเกาะและตั้งชื่อ หมู่เกาะสุรินทร์
เมื่อครั้งที่ท่านมาสำรวจ ทะเลฝั่งอันดามัน ที่ ตำบลเกาะพระทอง อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา
จนกระทั่งวันที่ 30 ธันวาคม 2514 กรมป่าไม้จึงได้ประกาศให้พื้นที่หมู่เกาะสุรินทร์ เป็นป่าสงวนแห่งชาติ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์เป็นหมู่เกาะที่ตั้งอยู่ในทะเลอันดามันและอยู่ติดชายแดนประเทศพม่า
ห่างจากฝั่งทะเลด้านตะวันตกของไทยประมาณ 70 กิโลเมตร ประกอบด้วยเกาะ 5 เกาะ คือ เกาะสุรินทร์เหนือ
เกาะสุรินทร์ใต้ เกาะรี เกาะไข่ และเกาะกลาง อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์มีเนื้อที่ประมาณ 84,375 ไร่
หรือ 135 ตารางกิโลเมตร

ความเป็นมา : กรมป่าไม้ได้ประกาศป่าหมู่เกาะสุรินทร์ ท้องที่อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา เป็นป่าสงวนแห่งชาต
ิเมื่อ 30 ธันวาคม 2514 ต่อมาคณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าได้มีมติในที่ประชุมครั้งที่ 1/2519
เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2519 เห็นชอบในหลักการที่จะกำหนดให้หมู่เกาะสุรินทร์เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ซึ่งกรมป่าไม้ได้ติดต่อประสานงานไปยังกรมทรัพยากรธรณี ได้รับแจ้งว่า หมู่เกาะสุรินทร์อยู่ในเขตสัมปทานปิโตรเลี่ยม
แปลงที่ ตก. 9 W1 ของบริษัท WEEKS PETROLEUM จึงขอให้ระงับการประกาศเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าไว้ก่อน และบริเวณหมู่เกาะสุรินทร์ยังเคยถูกเสนอให้ใช้เป็นค่ายญวนอพยพ แต่เนื่องจากความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรทั้งบนบกและในทะเล ประกอบกับทิวทัศน์ธรรมชาติที่งดงาม เหมาะที่จะจัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวและศึกษาหาความรู้ในด้านธรรมชาติ กรมป่าไม้จึงได้คัดค้านไม่เห็นด้วย

กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ ได้ดำเนินการสำรวจบริเวณหมู่เกาะสุรินทร์อีกครั้งหนึ่ง ปรากฏว่า มีทิวทัศน์ทางทะเลที่สวยงาม
มีปะการัง สภาพป่าที่สมบูรณ์ หาดทรายขาวสะอาด และนกนานาชนิด กรมป่าไม้จึงได้เสนอคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติซึ่ง
ได้มีมติในคราวประชุมครั้งที่ 2/2523 เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2523 เห็นสมควรกำหนดบริเวณดังกล่าวเป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเล โดยได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินหมู่เกาะสุรินทร์ ในท้องที่ตำบลเกาะพระทอง อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา เป็นอุทยานแห่งชาติซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 98 ตอนที่ 112 ลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2524
นับเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 29 ของประเทศไทย

ลักษณะภูมิประเทศ
หมู่เกาะสุรินทร์มีสภาพที่กำบังคลื่นลมทั้งสองฤดู เนื่องจากเกาะวางตัวอยู่เป็นกลุ่มและมีอ่าวขนาดใหญ่ ทำให้เกิดแนวปะการัง
ริมฝั่งอยู่รอบเกาะสุรินทร์เหนือ เกาะสุรินทร์ใต้ และเกาะบริวาร นอกเหนือจากการรับอิทธิพลจากคลื่นลม สภาพแวดล้อมทางสมุทรศาสตร์ของบริเวณหมู่เกาะเหล่านี้อเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะต่อการพัฒนาของแนวปะการัง
คือ น้ำใส อุณหภูมิพอเหมาะ และมีการผสมผสานของน้ำที่ได้รับสารอาหารจากมวลน้ำเบื้องล่างที่ปะทะเกาะ
ความอุดมสมบูรณ์ของแพลงก์ตอน ซึ่งเป็นอาหารสำหรับปลาและสัตว์อื่นๆ ปัจจัยทางสมุทรศาสตร์ที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ
ลักษณะของน้ำขึ้นน้ำลงในทะเลอันดามัน ซึ่งเป็นแบบ Semidiurnal คือ น้ำขึ้นและน้ำลงอย่างละ 2 ครั้ง ใน 24 ชั่วโมง และความแตกต่างระหว่างน้ำขึ้นสูงสุดและต่ำสุดอาจถึง 3 เมตร ทำให้มีกระแสน้ำเลียบฝั่งค่อนข้างแรง

เกาะสุรินทร์เหนือ และเกาะสุรินทร์ใต้ ตั้งอยู่ชิดกันคล้ายเกาะแฝด โดยมีพื้นน้ำตื้นๆ กว้างประมาณ 200 เมตร กั้นอยู่
ในช่วงน้ำลงสามารถข้ามไปยังอีกเกาะได้ เรียกว่า อ่าวช่องขาด ส่วนเกาะขนาดเล็กอีกสามเกาะเป็นเกาะหินที่มีต้นไม้แคระแกร็น
ขึ้นอยู่ไม่หนาแน่นนัก พืชพรรณที่พบเป็นพืชป่าดิบชื้น เป็นแหล่งกำเนิดของแนวปะการังน้ำตื้นขนาดใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย

ลักษณะภูมิอากาศ
สามารถแบ่งฤดูกาลออกได้เป็น 2 ฤดู ได้แก่ ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ถึงกลางเดือนพฤษภาคม
ฤดูฝนเริ่มตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม ปริมาณฝนเฉลี่ยในแต่ละปีจะมีค่ามากกว่า 3,000 มิลลิเมตร
ความชื้นสัมพัทธ์เฉลี่ยตลอดทั้งปีประมาณ 83 เปอร์เซ็นต์ ในฤดูฝนเป็นช่วงที่ได้รับอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้
นอกจากจะทำให้ฝนตกหนักแล้ว ท้องทะเลยังมีคลื่นลมแรงทำให้การเดินทางไปท่องเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์
์ในช่วงนี้ไม่ปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว ทางอุทยานแห่งชาติจึงกำหนดปิด-เปิดฤดูการท่องเที่ยวประจำปี ดังนี้
ปิดฤดูการท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม - 14 พฤศจิกายน ของทุกปี
เปิดฤดูการท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน - 15 พฤษภาคม ของทุกปี



สถานที่ท่องเที่ยวจ.ตรัง




ถ้ำเลเขากอบ Unseen Thailand
ล่องธาราใต้พิภพ พบความมหัศจรรย์ของโลกใต้หล้า
การผจญภัยเล็กๆ ในถ้ำเลเขากอบ เพื่อชมหนึ่งความอัศจรรย์ของธรรมชาติของถ้ำบนแผ่นดิน
ถ้ำเลเขากอบซึ่งเป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ที่ทำให้เกิดธารน้ำไหลตลอดถ้ำบนแผ่นดิน
มีลักษณะเป็นภูเขาผาหินสูงชันสลับซับซ้อน มีลำคลองที่ไหลมาจากเทือกเขาบรรทัด เมื่อไหลมาถึงบริเวณเขากอบ
จะแยกออกเป็น 3 สาย โดยสองสายจะไหลอ้อมภูเขาและอีกสายหนึ่งจะไหลลอดถ้ำใต้ภูเขา
ฃซึ่งเป็นประติมากรรมธรรมชาติซึ่งหาชมได้ยากยิ่งในที่อื่นๆ ระยะทางประมาณ 4 กม. มีโถงถ้ำหลายแห่ง
เช่น ถ้ำคนธรรพ์ ถ้ำรากไทร และถ้ำท้องพระโรง ความสนุกสนานตื่นเต้นจะเกิดขึ้น
เมื่อนั่งเรือลอดไปใน"ท้องมังกร" ซึ่งเป็นลำธารใต้ภูเขา นักท่องเที่ยวต้องเอนตัวราบเมื่อเพดานถ้ำอยู่ใกล้แค่นอนเอื้อมมือ
ขณะที่หินย้อยห่างจากปลายจมูกไม่ถึงนิ้ว
จังหวัดตรัง
“มรกตแห่งอันดามัน” ที่แสนโด่งดังแห่งหนึ่งของไทย สวยงามด้วยหาดทราย เกาะแก่ง สถานที่ที่นักท่องเที่ยวนิยมไปพักผ่อน
เช่น หาดปากเมง หาดอันงดงามและเงียบสงบ ยาวเหยียดไปตามชายฝั่งทะเลอันดามัน จุดชมตะวันลับห้วงน้ำที่ดีที่สุด เกาะลิบง
เกาะซึ่งใหญ่ที่สุดใน อ.กันตัง เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า แหล่งรวมของนกชายเลนอพยพ
หลายชนิด ที่อยู่อาศัยของหญ้าทะเลและ “พะยูน" สัตว์ทะเลซึ่งหายากที่สุดชนิดหนึ่ง
การเดินทางไปถ้ำเลเขากอบ
ตามเส้นทางสายตรัง-ห้วยยอด 5 กม. แยกซ้ายเข้าถนน รพช. บ้านเขากอบ-เขาหัวแหวน อีกราว 700 ม.
ถ้ำเลเขากอบสามารถเที่ยวได้ตลอดปี ยกเว้นในฤดูฝนบางช่วงที่มีปริมาณน้ำมาก เรืออาจเข้าไปไม่ได้
อบต. เขากอบจัดเรือพายบริการนำเที่ยว
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อบต. เขากอบ โทร 0 7527 1808 และ ศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยว
จังหวัดตรัง โทร 0 7521 5867 ถ้ำเลเขากอบ ถ้ำเลเขากอบเป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ที่ทำให้เกิดธารน้ำไหลตลอด
ถ้ำบนแผ่นดิน มีลักษณะเป็นภูเขาผาหินสูงชันสลับซับซ้อน มีลำคลองที่ไหลมาจากเทือกเขาบรรทัด
เมื่อไหลมาถึงบริเวณเขากอบจะแยกออกเป็น 3 สาย โดยสองสายจะไหลอ้อมภูเขาและอีกสายหนึ่งจะไหลลอดถ้ำใต้ภูเขา
ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อย ระยะทาง 4 กิโลเมตร อบต. เขากอบ ได้จัดเรือพายบริการนำเที่ยวชมความงามของถ้ำ ถือเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงนิเวศของชุมชนในท้องถิ่น ค่าบริการเรือลำละ 200 บาท/6 คน หรือคนละ 30 บาท
ใช้เวลาในการล่องเรือประมาณ 1 ชั่วโมง ล่องเรือได้ตั้งแต่เวลา 8.00–18.00 น. สอบถามรายละเอียดได้ที่
องค์การบริหารส่วนตำบลเขากอบ โทร. 0 7527 1808 ,0 7527 1426
การเดินทาง ห่างจากที่ว่าการอำเภอห้วยยอด ตามถนนเพชรเกษมประมาณ 7 กิโลเมตร แยกซ้ายเข้าบ้านเขากอบประมาณ 700 เมตร

สถานที่ท่องเที่ยวจ.เพชรบูรณ์





เขาค้อ เป็นชื่อเรียกรวมทิวเขาน้อยใหญ่ของเทือกเขาเพชรบูรณ์ ในเขตอำเภอเขาค้อ เหตุที่เรียกกันว่า เขาค้อ
เป็นเพราะป่าบริเวณนี้มีต้นค้อขึ้นอยู่มาก เนื่องจากภูมิอากาศบนเขาค้อเย็นตลอดปี ค่อนข้างเย็นจัดในฤดูหนาว
และมีทัศนียภาพสวยงาม จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งของเพชรบูรณ์
เขาค้อประกอบด้วยภูเขาสลับซับซ้อนมากมาย ยอดเขาค้อ มีความสูงประมาณ 1,174 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล
เขาย่าสูง 1,290 เมตรและเขาใหญ่ สูง 865 เมตร นอกจากนั้นยังมีเขาตะเคียนโง๊ะ เขาหินตั้งบาตร เขาห้วยทราย
และเขาอุ้มแพ ลักษณะป่าไม้ในแถบนี้เป็นป่าเต็งรังหรือป่าไม้สลัดใบ ป่าสน และป่าดิบ ที่น่าสนใจก็คือ พันธุ์ไม้ตระกูลปาล์ม
ลักษณะคล้ายต้นตาล แต่ออกผลเป็นทะลายคล้ายหมาก แม้ปัจจุบันป่าจะถูกถางไปมากก็ตาม แต่ก็ยังมีให้เห็นอยู่บ้าง

สถานที่น่าสนใจบนเขาค้อ
อนุสาวรีย์จีนฮ่อ เป็นอนุสาวรีย์ทหารอาสาจากหน่วยรบกองพลที่ 93 ซึ่งมาช่วยรบในพื้นที่เขาค้อ
และเสียชีวิตในการสู้รบ ตั้งอยู่เลยกิโลเมตรที่ 23 ของทางหลวงหมายเลข 2196 ไปเล็กน้อย
ฐานอิทธิ (พิพิธภัณฑ์อาวุธ) อยู่เลยกิโลเมตรที่ 28 ทางหลวงหมายเลข 2196
ไปเล็กน้อย แล้วแยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2323 ไปประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นจุดหนึ่งที่เห็นทิวทัศน์สวยงาม
และเคยเป็นฐานสำคัญทางยุทธศาสตร์ในอดีต
ปัจจุบันจัดเป็นพิพิธภัณฑ์อาวุธ จัดแสดงปืนใหญ่ ซากรถถัง และอาวุธที่ใช้สู้รบกันบนเขาค้อ
มีห้องบรรยายสรุปแก่ผู้เข้าชมเป็นหมู่คณะด้วย
เปิดให้เข้าชมทุกวัน ค่าเข้าชมคนละ 10 บาท

อนุสรณ์สถานผู้เสียสละ
อยู่บนยอดเขาสูงสุดของเขาค้อ อยู่เลยฐานอิทธิ ไปอีก 1 กิโลเมตร สร้างขึ้นเพื่อเทิดทูนวีรกรรมของพลเรือน ทหาร ตำรวจ ทหาร ผู้พลีชีพในการสู้รบเพื่อปกป้องพื้นที่ในเขตรอยต่อ 3 จังหวัด คือ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และเลย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2511-2525 โดยสร้างด้วยหินอ่อนเป็นรูปสามเหลี่ยมสูง 24 เมตร หมายถึง การปฏิบัติการร่วมกันระหว่างพลเรือน ตำรวจ ทหารใน ปี พ.ศ. 2524 ผนังภายในบันทึกประวัติอนุสรณ์สถานและรายชื่อวีรชนผู้เสียสละไว้ด้วย
เจดีย์พระบรมสารีริกธาตุเขาค้อ
ตั้งอยู่บนยอดเขาที่บ้านกองเนียม ยอดเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุซึ่งอัญเชิญมาจากประเทศศรีลังกา เจดีย์แห่งนี้ชาวเพชรบูรณ์สร้างขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในวโรกาสทรงครองราชย์
ครบ 50 ปี ในวันสำคัญทางศาสนาเช่น วันมาฆบูชาจะมีประชาชนเดินทางมาประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ทำพิธีเวียนเทียน เป็นประจำ

หอสมุดนานาชาติ
ตั้งอยู่ที่เดียวกับเจดีย์พระบรมสารีริกธาตุ เป็นหอสมุดขนาดใหญ่ออกแบบเป็นรูปเพชรคว่ำ สร้างด้วยกระจกสะท้อนแสง
ภายในเก็บรักษาหนังสือทั้งภาษาไทยและ ภาษาต่างประเทศ ในเดือนธันวาคมของทุกปีจะมีการจัดงาน “วันนัดพบเอกอัครราชทูต ณ เขาค้อ”โดยเชิญเอกอัครราชทูตจากประเทศต่างๆ มาร่วมชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมของจังหวัด

พระตำหนักเขาค้อ
ตั้งอยู่บนเขาย่า จากสี่แยกสะเดาพงบนทางหลวงหมายเลข 2258 มีป้ายบอกทางไปพระตำหนักอีก 4 กิโลเมตร
ทางขึ้นค่อนข้างสูงชัน พระตำหนักนี้สร้างขึ้นเพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายแด่องค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสที่เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรงานโครงการในพระราชดำริและทรงตรวจเยี่ยมราษฎรอำเภอเขาค้อและ
ใกล้เคียง เป็นอาคารคอนกรีตครึ่งวงกลมมีทั้งหมด 15 ห้องรูปทรงแปลกตาไปจากพระตำหนักอื่นสามารถขออนุญาตเจ้าหน้าที่
เข้าชมบริเวณโดยรอบพระตำหนักได้ น้ำตกศรีดิษฐ์ ไปตามทางหลวงหมายเลข 2196 ถึงหลักกิโลเมตรที่ 17 แล้ว
แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 2325 อีกประมาณ 10 กิโลเมตรแล้วแยกขวาเข้าน้ำตก น้ำตกศรีดิษฐ์เป็นน้ำตกหินชั้น มีน้ำไหลตลอดทั้งป
ี เคยเป็นที่อยู่ของ ผกค. มาก่อน สิ่งที่น่าสนใจคือ ครกตำข้าวพลังงานน้ำตกที่ ผกค.สร้างไว้

สวนสัตว์เปิดเขาค้อ ใช้เส้นทางเดียวกับน้ำตกศรีดิษฐ์ เมื่อถึงกิโลเมตรที่ 7 แยกซ้ายเข้าไปอีกประมาณ 3.5 กิโลเมตร มีทั้งสัตว์ที่ปล่อยตามธรรมชาติและสัตว์ที่เลี้ยงไว้ในกรง หากผู้ที่เข้าชมเป็นหมู่คณะต้องการเจ้าหน้าที่บรรยายและนำชมให้ความรู้เกี่ยวกับสัตว์ป่า ต้องทำหนังสือล่วงหน้าถึง หัวหน้าโครงการสวนสัตว์เปิดเขาค้อ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ เนินมหัศจรรย์ อยู่ที่บริเวณ กิโลเมตรที่ 17.5
ถนนสายนางั่ว-สะเดาะพง (ทางหมายเลข 2258) เมื่อขับรถมาถึงตรงนี้ และดับเครื่องรถจะถอยหลังขึ้นเนินได้เอง
ปรากฎการณ์ดังกล่าวเกิดจากภาพลวงตา เพราะในความเป็นจริงเมื่อวัดระดับความสูงของพื้นที่สองจุดแล้ว
ความสูงของเนินจะมีระดับต่ำกว่าช่วงที่เป็นทางขึ้นเนิน
การเดินทาง
จากเพชรบูรณ์ไปเขาค้อใช้ทางหลวงหมายเลข 21 (เพชรบูรณ์-หล่มสัก)
ถึงสามแยกนางั่ว ระยะทางประมาณ 13 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 2258 อีก 30 กิโลเมตร
อีกเส้นทางหนึ่งคือ ไปตามทางหลวงหมายเลข 12 (พิษณุโลก-หล่มสัก) ถึงหลักกิโลเมตรที่ 100 (บ้านแคมป์สน)
เลี้ยวซ้ายเข้าเขาค้อตามทางหลวงหมายเลข 2196 อีกประมาณ 33 กิโลเมตร พาหนะที่จะขึ้นเขาค้อ ไม่ควรใช้รถบัสขนาดใหญ่
เพราะมีทางโค้งมาก ถนนค่อนข้างแคบและลาดชัน ควรใช้รถปิคอัพหรือรถตู้สภาพดี

นักท่องเที่ยวที่เดินทางโดยรถประจำทางสามารถเช่ารถสองแถวได้ที่ปากทางขึ้นเขาค้อ บริเวณแคมป์สน กิโลเมตรที่ 100
ในราคาวันละประมาณ 600 บาท มีรถจอดคอยให้บริการตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. หรืออาจเช่ารถสองแถวที่บริเวณตลาดเทศบาล
ในตัวเมืองเพชรบูรณ์ ราคาวันละประมาณ 800 บาท ที่พักบนเขาค้อ มีให้เลือกหลายแห่ง ส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณตำบลทุ่งสมอและแคมป์สน ห่างจากสถานที่ท่องเที่ยวบนเขาค้อประมาณ 30 กิโลเมตร ที่พักที่อยู่ใกล้ที่สุดได้แก่ บ้านพักทหารม้า กิโลเมตรที่ 28 ทางหลวงสาย 2196
กองพลทหารม้าที่ 28 และเรือนพักผู้ติดตามอยู่ใกล้กับพระตำหนักเขาค้อและเขาย่า
นอกจากนี้ยังมีรีสอร์ทต่างๆ ที่ตั้งอยู่ตามเส้นทางขึ้นเขาค้อ


สถานที่ท่องเที่ยวจ.แม่ฮ่องสอน




อำเภอ ปาย

ปาย...อำเภอเล็ก ๆ ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศมาเยือนอย่างไม่ขาดสาย
ความเงียบสงบ ลำน้ำปายสายน้อยที่ไหลผ่านกระต๊อบเล็ก ๆ อันเป็นที่พำนักของนักท่องเที่ยว
ภูเขาที่ใหญ่น้อยที่โอบล้อมอำเภอปาย เป็นสเน่ห์ที่ประทับใจนักท่องเที่ยวอย่างไม่รู้เลือน
ในฤดูฝน ริมลำน้ำปายจะดารดาษไปด้วยทุ่งนาข้าวเขียวขจี และเมื่อย่างเข้าฤดูหนาว ทุ่งนาข้าวก็จะแปรเปลี่ยนเป็นไร่กระเทียมที่ทอดตัวยาวไปจรดเชิงเขาท่ามกลางสายหมอกเย็นระรื่น
เมื่อราตรีมาเยี่ยมเยือน ถนนก็เริ่มครึกครื้น ชาวดอยต่าง ๆ ก็ปูผ้ากันริมถนนขายสินค้าพื้นเมือง ทั้งย่ามทอมือ ผ้าปักหลากสี ร้านขายโปสการ์ดทำเองก็เริ่มเปิดไฟดึงดูดสายตานักท่องเที่ยวให้เข้ามาเยี่ยมเยือน เมื่อเสียงเพลง Ginger Tea ดังขึ้นชาวต่างชาติกลุ่มใหญ่ก็เข้ามารุมล้อมรถเข็นขายน้ำขิงในกระบอกไม้ไผ่ และรับฟังเพลงน่ารัก ๆ จากปากแม่ค้า ทุกอย่างนี้ล้วนแต่งแต้มสีสันให้เมืองปายในยามราตรีให้ดูสดใสทุกค่ำคืน
แหล่งท่องเที่ยวอีกหลายแห่งในอ.ปาย ไม่ว่าจะเป็น วัดน้ำฮู, วัดพระธาตุแม่เย็น, น้ำตกหมอแปง,สะพานประวัติศาสตร์
ก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจทั้งสิ้น ซึ่งทำให้เมืองปายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่ในใจของผู้มาเยือนเสมอมา


วันอังคารที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

สถานที่ท่องเที่ยวจ.สตูล




อุทยานแห่งชาติทะเลบัน

สตูล
ตั้งอยู่หมู่ที่ 11 บ้านวังประจัน ตำบลควนสตอ อุทยานฯ มีเนื้อที่ทั้งหมด 196 ตรกม. หรือ 122,000 ไร
่ โดยรวมเอาเนื้อที่ของป่าสงวนแห่งชาติกุปัง ปุโล๊ต และหัวกะหมิงเข้าด้วยกัน และยังผนวกพื้นที่ป่าควนบ่อน้ำปูย
ู ในท้องที่ตำบลบ้านควน ตำบลปูยู อำเภอเมือง จังหวัดสตูลอุทยานฯ อยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 40 กม.
คำว่า "ทะเลบัน" มาจากคำว่า "เลิด เรอบัน" เป็นภาษามลายูแปลว่า ทะเลยุบหรือทะเลอันเกิดจากการยุบตัวของแผ่นดิน อุทยานแห่งชาติทะเลบันเกิดจากการยุบตัวของพื้นดินระหว่างเขาจีนและเขามดแดง เป็นหนองน้ำขนาดใหญ่มีเนื้อที่ประมาณ 63,350 ไร่ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสลับซับซ้อนมีความอุดมสมบูรณ์ค่อนข้างสูง จึงอุดมไปด้วยพืชพรรณป่าไม้ที่ขึ้นอย่างหนาแน่น
และรอบๆ บึงจะมีพันธุ์ไม้ชนิดหนึ่งชื่อต้น "บากง" ขึ้นอยู่หนาแน่นแลดูสวยงาม นอกจากนี้ยังมีสัตว์อื่นๆ อีก เช่น นกน้ำชนิดต่างๆ สมเสร็จที่มักลงมากินน้ำตามริมบึงเสมอๆที่อุทยานแห่งชาติทะเลบันยังมีสัตว์อีกชนิดหนึ่งเรียกว่า "หมาน้ำ"
เป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำรูปร่างคล้ายกบและคางคก แต่มีหางส่งเสียงร้องคล้ายลูกสุนัข จะมีชุกชุมตามริมบึงโดยเฉพาะในฤดูฝน สัตว์ชนิดนี้จะมีอยู่เฉพาะที่ทะเลบันเท่านั้น อุทยานแห่งชาติทะเลบันได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาต
เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2523

สถานที่ท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติทะเลบัน

ทะเลบัน
เป็นบึงน้ำขนาดใหญ่กลางหุบเขา ขนาบด้วยเทือกเขาจีนและเขาวังประ มีเนื้อที่ประมาณ 300 ไร่ มีปลาน้ำจืดและหอยชุกชุม น้ำใสสะอาดจนสามารถมองเห็นสาหร่ายและฝูงปลาว่ายไปมา บางครั้งจะมีสมเสร็จลงมากินน้ำเป็นภาพที่น่าประทับใจ
รอบบึงมีพันธุ์ไม้ชนิดหนึ่งขึ้นอยู่หนาแน่น ชาวบ้านเรียกว่า "ต้นบากง" ทางอุทยานฯ ได้สร้างศาลาท่าน้ำไว้ให้นักท่องเที่ยวได้นั่งพักผ่อนด้วย

น้ำตกรานี
เป็นน้ำตกขนาดเล็ก อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ เพียง 200 เมตร จะมีทางเดินเท้าแยกจากทางไปบ้านพักริมบึงซึ่งเป็นบ้านพักของอุทยานฯ
จนถึงตัวน้ำตก น้ำตกแห่งนี้มีน้ำน้อยแต่จะไหลอยู่ตลอดปี

ทุ่งหญ้าวังประ

เป็นทุ่งหญ้าในที่ราบอันกว้างใหญ่ระหว่างภูเขาทางทิศตะวันตกของอุทยานฯ มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่มากเช่น สมเสร็จ กระจง เม่น ไก่ป่า เป็นต้น

การเดินทางไปทุ่งหญ้าวังประ จากที่ทำการอุทยานฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 4184 (สายควนสตอ-เขตแดน) กลับออกมาทางปากทางราว 8 กม. จะเห็นป้ายบอกทางเข้าทุ่งหญ้าวังประ ทางซ้ายมือเป็นทางลูกรัง ระยะทางประมาณ 10.5 กม. การเดินทางในฤดูร้อนจะสะดวกกว่า

เขตแดนไทย-มาเลเซีย
อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ เพียง 2 กม. บริเวณเขตแดนมีหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ตั้งอยู่ มีที่นั่งพักผ่อนใกล้เชิงเขา ธรรมชาติร่มรื่น
หากเดินทางต่อไปอีก ประมาณ 23 กม. ก็จะถึงปาดังเบซาร์ แหล่งชุมนุมสินค้าต่างประเทศราคาถูก หรือหากต้องการไปยังเมืองกางะซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐเปอร์ลิส ก็สามารถไปได้เพียงเดินทางไปอีกประมาณ 30 กม.เท่านั้น
ด่านนี้เปิดตั้งแต่ 06.00-19.00 น. และจะมีตลาดนัดทุกวันอาทิตย์ในช่วงเช้า ส่วนมากจะเป็นสิ่งของอุปโภคบริโภคทั่วไป

น้ำตกยาโรย เป็นน้ำตกขนาดกลาง มีต้นน้ำมาจากลำธารในป่าหัวกระหมิง มีความสวยงามเป็นจุดท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของอุทยานฯ
น้ำตกนี้มีทั้งหมด 9 ชั้น ไหลลดหลั่นลงมาตามภูเขา แต่ละชั้นเป็นแอ่งสามารถเล่นน้ำได้ การเดินทางไปชมน้ำตกยาโรย จากที่ทำการฯ
ใช้ทางหลวงหมายเลข 4184 (สายควนสตอ-วังประจัน) ประมาณ 7 กม. จะมีทางลูกรังแยกขวามือเข้าไปอีก 700 เมตร

น้ำตกโตนปลิว

เป็นน้ำตกที่สวยที่สุดในอุทยานฯ และในจังหวัดสตูล น้ำตกแห่งนี้มีน้ำมากไหลตลอดทั้งปี มีต้นน้ำมาจากภูเขาจีน การเดินทางไปชมน้ำตกโตนปลิวใช้เส้นทางหมายเลข 4184 (สายควนสตอ-วังประจัน) ซึ่งน้ำตกโตนปลิวอยู่ห่าง
จากน้ำตกยาโรยประมาณ 6 กม. หรือห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ไปประมาณ 12 กม. จะมีทางลูกรังแยกไปอีก 3 กม.

ถ้ำลอดปูยู
(ปูยู แปลว่า ปลาหมอ) เป็นถ้ำลอดที่มีลักษณะคล้ายกับถ้ำลอดที่อ่าวพังงา แต่มีขนาดเล็กกว่าอยู่ทางทิศใต้ของอุทยานฯ
ถ้ำลอดปูยูตั้งอยู่ที่เขากาหยัง (กาหยัง แปลว่าหลังคาเรือเอี้ยมจุ๊น) ต.ปูยู ห่างจากตัวจังหวัด 15 กม. บนเพดานถ้ำมีหินงอกหินย้อยบ้าง
มีคลองท่าจีนไหลผ่านถ้ำ และสองฝั่งของคลองเป็นป่าโกงกางตลอดแนว จากถ้ำประมาณ 1 กม. จะถึงถ้ำกาหยังซึ่งเป็นถ้ำที่มีค้างคาวอาศัยอยู่มาก
การเดินทางไปชมถ้ำลอดปูยูจากตัวเมืองสตูลไปลงเรือที่ท่าเรือตำมะลัง ซึ่งห่างจากตัวเมือง 9 กม.จากท่าเรือตำมะลัง
เช่าเรือหางยาวไปถ้ำลอดที่คลองท่าจีน ค่าโดยสารประมาณ 400-500 บาท (ขึ้นกับขนาดของเรือและจำนวนนักท่องเที่ยว)


การเดินทางจากจังหวัดสตูลไปอุทยานแห่งชาติทะเลบัน

จากตัวเมืองสตูลใช้ทางหลวงหมายเลข 406 ระยะทาง 19 กม. จะมีทางแยกขวามือสู่ทางหลวงหมายเลข 4184 ก.ม.
ที่ 61 ระยะทางประมาณ 20 กม. เป็นทางราดยางถึงที่ทำการอุทยานฯ มีบริการรถสองแถวจากตลาดเทศบาลวิ่งรับ-ส่งผู้โดยสาร
ภายในตัวเมือง และจากปากทางเข้าไปจนถึงอุทยานฯ (จากที่ทำการอุทยานฯ ห่างจากด่านวังประจันซึ่งเป็นเขตติดต่อระหว่างไทย-มาเลเซีย
ประมาณ 1 กม. และจากด่านถึงปาดังเบซาร์ 25 กม.)

ในเขตอุทยานฯ มีบ้านพัก และสถานที่ตั้งเต็นท์ไว้บริการนักท่องเที่ยว ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ส่วนอุทยานแห่งชาติ หรือที่ส่วนอุทยานสำนักอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ กรมป่าไม้ บางเขน กรุงเทพฯ โทร. 579-5734, 579-7223
และที่ทำการอุทยานแห่งชาติทะเลบัน อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล 91160 โทร. (074) 797073

ฤดูท่องเที่ยวจังหวัดสตูล

เนื่องจากแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดสตูล เป็นเกาะในช่องแคบมะละกา ช่วงที่มีลมพัดแรงจังไม่สะดวกต่อการเดินทาง และเสี่ยงอันตรายช่วงที่เหมาะสมที่สุดต่อการเดินทางอยู่ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมกราคม เป็นช่วงที่มีอุณหภูมิต่ำและมีฝนน้อย ช่วงที่เหมาะสมรองลงมาคือระหว่าเดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือนเมษายน เป็นฤดูแล้ง แต่อุณหภูมิค่อนข้างสูง สำหรับเดือนพฤษภาคม ถึงตุลาคม
มีฝนตกชุก การเดินทางไม่สะดวกและไม่ปลอดภัย อย่างไรก็ตามนักท่องเที่ยวควรจะตรวจสภาพอากาศก่อนเดินทางทุกครั้ง


สถานที่ท่องเที่ยวจ.อุบลราชธานี


อุทยานแห่งชาติผาแต้ม

อุบลราชธานีมีพื้นที่ประมาณ 140 ตารางกิโลเมตร ในเขตอำเภอโขงเจียม อำเภอศรีเมืองใหม่ และอำเภอโพธิ์ไทรได้
้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2534 สภาพภูมิประเทศเป็นที่ราบสูง และเนินเขา
มีหน้าผาสูงชันซึ่งเกิดจากการแยกตัวของผิวโลก สภาพป่าโดยทั่วไปเป็นป่าเต็งรัง
มีหินทรายลักษณะแปลกตากระจายอยู่ทั่วบริเวณ มีพันธุ์ไม้ดอกที่สวยงามขึ้นอยู่ตามลานหิน
การเดินทางจากอำเภอโขงเจียมใช้ เส้นทาง 2134 ต่อด้วยเส้นทาง 2112 แล้วแยกขวาไปผาแต้ม อีกราว 5 กิโลเมตร
รวมระยะทางจาก โขงเจียมประมาณ 18 กิโลเมตร สถานที่น่าสนใจในอุทยานฯ ได้แก่

เสาเฉลียง
อยู่ก่อนถึงผาแต้มประมาณ 3 กม. เป็นหินตั้งซ้อนกันโดยธรรมชาติ มีลักษณะคล้ายดอกเห็ดเรียงรายกันอยู่มากมาย
ซึ่งหินดังกล่าวจะปรากฏเห็นซากเปลือกหอย กรวด ทราย อยู่ในแผ่นดินขนาดใหญ่ ซึ่งนักธรณีวิทยาสันนิษฐานว่า
เมื่อประมาณล้านกว่าปีมาแล้ว บริเวณนี้คงจะเป็นทะเลมาก่อน

ดอนตะนะ
เป็นดอนที่เกิดขวางแม่น้ำมูล และแบ่งแม่น้ำออกเป็นสองสาย มีความกว้างประมาณ 450 เมตร ยาวประมาณ 700 เมตร ทางตอนเหนือของดอนตะนะมีหาดทรายเหมาะแก่การพักผ่อนเป็นอย่างยิ่ง บนดอนตะนะยังมีป่าอยู่ทั่วไป เป็นสภาพป่าดิบแห้ง มีต้นไม้ใหญ่ให้ความร่มรื่น และมีป่าสักขึ้นตาม ธรรมชาติ ซึ่งปัจจุบันสามารถเดินข้ามสะพานแขวนไปยังดอนตะนะได้

ผาแต้มและผาขาม
เป็นหน้าผาสูงที่สวยงามตามธรรมชาติ บริเวณด้านล่างของหน้าผามีภาพเขียนสี ก่อนประวัติศาสตร์ปรากฏเรียงรายอยู่เป็นระยะ
มีอายุไม่ต่ำกว่าสามพันถึงสี่พันปี ทางอุทยานฯ ได้ทำทางเดินจากหน้าผาด้านบนลงไปชมภาพเขียนสีเหล่านี้ที่หน้าผาด้านล่าง
ระยะทางประมาณ 500 เมตร ภาพเขียนจะอยู่บนผนังหน้าผายาวติดต่อกันประมาณ 170 เมตร ซึ่งเป็นมุมต่ำกว่า 90 องศา
มีภาพทั้งหมด ประมาณ 300 ภาพ แบ่งเป็น 4 ประเภท คือ สัตว์ เครื่องมือเครื่องใช้สัญลักษณ์ และคน ด้านตรงข้ามผา แต้มคือ ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจจะชม พระอาทิตย์ขึ้นก่อนที่แห่งใดในประเทศไทย ในบริเวณดังกล่าวในลักษณะเดียวกันกับที่หมู่บ้านเวินบึกที่ตั้ง อยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงไม่ไกลจากบริเวณแม่น้ำสองสีมากนัก ซึ่งทุกวันนี้จะมีนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปท่อง เที่ยวเป็นจำนวนมาก

ถ้ำมืด
ตั้งอยู่ที่บ้านซะซอม ตามทางหลวงหมายเลข 2112 เลี้ยวซ้ายไปทางบ้านทุ่งนาเมือง ประมาณ15 กิโลเมตร
เป็นถ้ำขนาดกว้าง 4 เมตร สูง 6 เมตร ภายในถ้ำมีพระพุทธรูปแกะสลัก เรียงรายกันมากมาย
แสดงว่าคงจะเคยใช้เป็นที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนามาก่อน

น้ำตกสร้อยสวรรค์
ตั้งอยู่บนทางหลวงหมายเลข 2112 ห่างจากตัวอำเภอโขงเจียมประมาณ 30 กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดใหญ่
ไหลจากหน้าผาสูงชันสองด้านสูงประมาณ 20 เมตร มองดูคล้ายสร้อยที่ แขวนอยู่ในคอ มีน้ำไหลตลอดปี
บริเวณน้ำตกเต็มไปด้วยต้นไม้และดอกไม้นานาพันธุ์

น้ำตกทุ่งนาเมือง
ตั้งอยู่บนทางหลวงหมายเลข 2112 ห่างจากน้ำตกสร้อยสวรรค์ ประมาณ 13 กิโลเมตร เป็นน้ำตก ขนาดกลางที่มีความสวยงาม และอยู่ใกล้เส้นทางน้ำไหลลดหลั่นลงมาตามโขดหิน ชั้น บนสูงสุดประมาณ 25 เมตร บริเวณโดยรอบมีดอกไม้ต่างๆ มากมาย

น้ำตกแสงจันทร์ (น้ำตกรู)
อยู่ห่างจากน้ำตกทุ่งนาเมืองเพียง 1 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 2112 เป็นน้ำตกที่มี ความสวยงามและมีลักษณะพิเศษ คือ น้ำจะตกลงผ่านปล่องหินสู่เบื้องล่าง มองดูคล้ายแสงจันทร์ซึ่งเต็มดวงลาดส่องมายังพื้นโลก บริเวณโดยรอบมีโขดหินน้อยใหญ่เรียงรายกันอยู่
และมีต้นไม้ นานาพันธุ์

นอกจากนี้ยังมีสถานที่น่าสนใจอื่นๆ อีก ได้แก่ ผาเจ็ก ผาเมย ภูนาทาม ภูโลง สวนหิน ภูกระบอ ภูจ้อมค้อม น้ำตกห้วยพอก ฯลฯ ซึ่งแหล่งท่องเที่ยวเหล่านี้ยังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์สวยงาม เหมาะสำหรับการเดินทาง ท่องเที่ยวแบบทัวร์ป่า

อุทยานแห่งชาติผาแต้ม ยังไม่มีบริการบ้านพักสำหรับนักท่องเที่ยว ผู้ประสงค์จะค้างแรมในเขตอุทยานแห่งชาติผาแต้ม
ต้องเตรียมอุปกรณ์การพักแรมมาเอง และต้องกางเต๊นท์ ในที่ซึ่งอุทยานฯ จัดเตรียมไว้ให้